ภาระกิจ Bloggerมืออาชีพ สื่อสาธาณะสร้างสรรค์สังคม
1.ให้นักเรียนดูภาพต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

1.1 นักเรียนคิดว่าวัยรุ่นในภาพรู้สึกอย่างไร เพราะอะไร 1.2 จะตั้งชื่อภาพนี้ว่าอะไร 1.3 เมื่อได้เห็นภาพแล้วนักเรียนคิดว่า เราควรเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง
2. ให้นักเรียนดูวิดิทัศน์และศึกษาลิงค์ ต่อไปนี้ แล้วรวมรวมชนิดการคุมกำเนิด ให้มากที่สุด และเลือกที่นักเรียนสนใจ 3 วิธี และพร้อมบอกวิธีใช้
3 .ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่ม5-6 คน เลือก การคุมกำเนิด 1 ชนิด แล้วทำโครงงานการสร้างสื่อให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด ผ่าน เว็ป Blogger โดยเรียนรู้การทำโครงงาน และทำ Blogger จากเว็ปไซต์ต่อไปนี้
3.1 การทำโครงงาน
3.2 การทำเว็ป Blogger
4.ให้แต่ละกลุ่ม นำเสนอ Blogger ของกลุ่มตนเอง และรับการประเมินจากครูและนักเรียนในห้องเรียน ตามเกณฑ์การประเมินต่อไปนี้
http://beewannapa.weebly.com/uploads/4/7/9/4/47940235/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2.pdf
5. ให้นักเรียนศึกษาความรู้ต่อไปนี้แล้วทำแบบฝึกหัดท้ายบท และเตรียมสอบในสัปดาห์สุดท้าย ของหน่วยการเรียนรูู้
การคุมกำเนิดคืออะไร?
การคุมกำเนิดหรือการป้องกันการตั้งครรภ์ (Contraception) คือ การป้องกันไม่ให้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น โดยมีกลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์หลายกลไกเช่น
- การป้องกันไม่ให้มีการตกไข่
- การป้องกันไม่ให้ไข่กับอสุจิเกิดการปฏิสนธิ
- และการป้องกันไม่ให้มีการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก
ประเภทของการคุมกำเนิดมีอะไรบ้าง?
การคุมกำเนิดชั่วคราว ชั่วคราว เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะมีอยู่เพียง ชั่วคราว เมื่อหยุดใช้จะสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เอง เหมาะสำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตรในอนาคตวิธีการคุมกำเนิดมีมากมายหลายชนิดสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่งประเภท ทั้งนี้ในที่นี้แบ่งตามระยะเวลาในการคุมกำเนิด โดยแบ่งออกเป็น
- การคุมกำเนิดถาวร เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ทำครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้ตลอด ไม่สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เองอีก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการมีบุตรอีกแล้ว
ชนิดของการคุมกำเนิดชั่วคราวมีอะไรบ้าง?
- ถุงยางอนามัยบุรุษ(ถุงยางอนามัยชาย)ผลิตจากยางลาเทค (Latex) หรือบางชนิดผลิตจากยางเทียม (Polyurethane) คุมกำเนิดโดยการสวมใส่ที่องคชาตเพศชายขณะแข็งตัว เป็นการป้องกันไม่ให้เชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อปฏิสนธิกับไข่ ทำให้ไม่มีการตั้งครรภ์ ซึ่งพบอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ประมาณ 2 - 15%
- ข้อดี: หาซื้อได้ง่าย ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
- ข้อเสีย: ต้องอาศัยความร่วมมือของฝ่ายชาย อาจขัดจังหวะการร่วมเพศ มีโอกาสที่จะแตกรั่วได้ ถุงยางชนิด Latex ไม่สามารถใช้กับวัสดุหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพราะจะทำให้เพิ่มโอกาสเกิดการรั่วการแตกของถุงได้ และต้องใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- ถุงยางอนามัยสตรี
- ข้อดี: สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ สามารถใช้ร่วมกับเจลหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันได้ และไม่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย
- ข้อเสีย: หาซื้อได้ยาก ขัดจังหวะการร่วมเพศ และต้องใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมเป็นวิธีคุมกำเนิดที่แพร่หลาย มีผู้นิยมใช้มากที่สุด มีความสะดวกในการใช้ ประกอบ ด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) และโปรเจสติน (Progestin) มีผลยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกได้ และทำให้เยื่อบุโพรงมด ลูกบางไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งพบอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ได้ประมาณ 0.3 -8%
- ข้อดี: ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ลดปริมาณเลือดประจำเดือน ลดอาการปวด ประจำเดือน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุ้งเชิงกรานอักเสบ (การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน) นอกจากนั้น เมื่อหยุดใช้ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น
- ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน อายุมากกว่า 35 ปีที่สูบบุหรี่ (เพิ่มปัจ จัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ) ผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมน และอาจพบผล ข้างเคียงเช่น เลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอดและคัดตึงเต้านม
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินอย่างเดียวประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงชนิดเดียว มีกลไกทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียว ข้น อสุจิไม่สามารถเคลื่อนผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกได้ และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งพบอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ยาได้ประมาณ 0.3 - 8%
- ข้อดี: สามารถใช้ในผู้ที่กำลังให้นมบุตรได้เนื่องจากไม่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพ ของน้ำนม สามารถใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามต่อการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน และสามารถใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีที่สูบบุหรี่ได้
- ข้อเสีย: ต้องรับประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน หากรับประทานผิดเวลาไป 3 ชั่วโมง ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆร่วมด้วยเช่น การใช้ถุงยางอนามัย ขณะใช้ยาจะไม่มีประจำเดือนแต่อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้
- ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินในขนาดสูง มีกลไกป้องกันการตั้งครรภ์โดยป้อง กันหรือเลื่อนเวลาการตกไข่ ขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน โดยเป็นยาที่ใช้รับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ในกรณีที่ลืมคุมกำเนิดหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันขณะมีเพศสัมพันธ์เช่น ถุงยางอนามัยรั่วหรือแตก ได้ผลดีที่สุดถ้ารับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ทันทีหรือในเวลาไม่เกิน 72 - 120 ชั่ว โมง พบมีอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ประมาณ 25%
- ผลข้างเคียงคือ มีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย
- แผ่นแปะคุมกำเนิด (ยาคุมกำเนิดชนิดแปะผิวหนัง)
- วิธีใช้: แปะแผ่นคุมกำเนิดที่ผิวหนังบริเวณที่มีไขมันยกเว้นบริเวณเต้านม โดย 1 แผ่นแปะนาน 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงเปลี่ยนแผ่นโดยแปะ 3 แผ่น (นาน 3 สัปดาห์) แล้วเว้น 1 สัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่เว้นไม่แปะแผ่นยาจะมีประจำเดือนมา โดยขณะแปะแผ่นยาสามารถทำกิจ กรรมอาบน้ำว่ายน้ำได้ปกติ
- ข้อดี: ใช้การดูดซึมจากผิวหนังไม่ต้องผ่านการเปลี่ยนรูปของฮอร์โมนที่ตับ จึงลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่อตับ นอกจากนั้นยังทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุกเดือน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และเมื่อหยุดใช้สามารถตั้ง ครรภ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น
- ข้อเสีย: ไม่เหมาะในผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและอาจมีอาการข้าง เคียงเช่น คัดตึงเต้านมและเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย
- ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
- ข้อดี: มีประจำเดือนมาทุกเดือน ใช้ยาเพียงเดือนละ 1 ครั้ง จึงลดโอกาสลืมกินยา และไม่ต้องพกพายาไปไหนมาไหนด้วย
- ข้อเสีย: ต้องได้รับการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณก้น โดยบุคลากรทางการแพทย์ และห้ามใช้ในสตรีที่มีข้อห้ามต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน
- ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินอย่างเดียว
- ข้อดี: ใช้เพียง 4 ครั้งต่อปีโดยฉีดยาทุก 3 เดือน ไม่ต้องพกพายาคุมกำเนิดติดตัว สามารถใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามต่อการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีที่สูบบุหรี่ และยามีราคาถูก
- ข้อเสีย: มีผลข้างเคียงทำให้เลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย เมื่อใช้ไปนานๆอาจไม่มีประจำเดือนอาจมีผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการคั่งของเกลือและน้ำในร่าง กาย และต้องได้รับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่บริเวณก้นจากบุคลากรทางการแพทย์
- ยาฝังคุมกำเนิด
กลไกการคุมกำเนิดคล้ายกับยาเม็ดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว พบอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ยาประมาณ 0.05% วิธีการฝังยาทำโดยกรีดผิวหนังบริเวณท้องแขนข้างที่ไม่ถนัดขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร จากนั้นใช้อุปกรณ์สอดเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังแล้วใส่แท่งยาตาม ไม่ต้องเย็บแผลเนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก ให้ใช้ผ้าพันบริเวณแผลไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ระวังไม่ให้แผลถูกน้ำเป็นเวลา 7 วัน
- ข้อดี: สามารถคุมกำเนิดได้ 3 - 5 ปี สามารถใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามต่อการใช้ฮอร์ โมนเอสโตรเจน และสามารถใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีที่สูบบุหรี่
- ข้อเสีย: ต้องได้รับการฝังยาจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมา มีหลักฐานการคุมกำเนิดโดยสามารถคลำแท่งยาได้ที่บริเวณท้องแขน อาจพบภาวะแทรกซ้อนจากการฝังยาเช่น มีก้อนเลือดคั่งบริเวณที่กรีดผิวหนัง และอาจพบว่าตำแหน่งของแท่งยาเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม
- ห่วงคุมกำเนิดชนิดทองแดง
- ข้อดี: สามารถคุมกำเนิดได้เป็นเวลานาน เมื่อต้องการตั้งครรภ์สามารถดึงห่วงคุม กำเนิดออกได้ทันที ไม่มีผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน ผู้ใช้จะมีประจำเดือนทุกเดือนตามปกติ และมีรายงานว่าอาจช่วยลดอัตราการเกิดโรค มะเร็งปากมดลูก
- ข้อเสีย: ต้องได้รับการใส่จากบุคลากรทางการแพทย์ เหมาะสำหรับผู้ที่เคยคลอด บุตร ต้องทำการตรวจสายห่วงด้วยตนเองทุกเดือน ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีคู่นอนหลายคนหรือกำ ลังเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพราะเพิ่มโอกาสติดเชื้อให้สูงและรุนแรงขึ้น อาจมีผลข้างเคียง คือ อาการปวดหน่วงท้องน้อยและเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย
- ห่วงคุมกำเนิดชนิดมีฮอร์โมนโปรเจสติน
- ข้อดี: เนื่องจากมีฮอร์โมนโปรเจสตินจึงสามารถช่วยลดปริมาณเลือดประจำเดือน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยลดขนาดของเนื้องอกมดลูก (ถ้ามีเนื้องอกมดลูกอยู่) เมื่อใส่ห่วงในขณะอายุ 45 ปีสามารถใช้คุมกำเนิดจนถึงวัยหมดระดูได้ สามารถใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฤทธิ์ของฮอร์โมนโปรเจสตินเป็นการออกฤทธิ์เฉพาะที่ไม่ผ่านร่างกายทั้งระบบ
- ข้อเสีย: มีราคาแพง ต้องได้รับการใส่ห่วงนี้จากบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำการตรวจสายห่วงด้วยตนเองทุกเดือน ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือมีคู่นอนหลายคน อาจมีอาการข้างเคียงเช่น ปวดหน่วงท้องน้อยและเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะ ปรอย
- วงแหวนคุมกำเนิด
- ข้อดี: เป็นการดูดซึมฮอร์โมนเฉพาะที่ไม่รบกวนระบบของร่างกายทั้งหมด ใส่เดือนละครั้ง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
- ข้อเสีย: ยังไม่มีจำหน่วยในประเทศไทย อาจมีการระคายเคืองช่องคลอด อาจจะเพิ่มการติดเชื้อในช่องคลอด มีตกขาวมากขึ้น อาจเกิดเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย และคัดตึงเต้านม
ชนิดของการคุมกำเนิดถาวรมีอะไรบ้าง?
- การทำหมันหญิงข้อดี: ผ่าตัดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการคุม กำเนิด การตั้งครรภ์ และทำให้เพิ่มความสุขทางเพศเพราะไม่ต้องกังวลต่อการตั้งครรภ์ข้อเสีย: ต้องได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์ มีแผลที่หน้าท้อง หากต้องการมีบุตรเพิ่มอีกต้องได้รับการผ่าตัดแก้หมันโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ในการผ่าตัดที่เฉพาะเป็นการคุมกำเนิดโดยการตัดผูกท่อนำไข่ 2 ข้าง ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถเข้าปฏิสนธิ กับไข่ได้จึงไม่มีการตั้งครรภ์ซึ่งพบอัตราการตั้งครรภ์หลังผ่าตัด ประมาณ 0.2 - 0.7%
- การทำหมันชายข้อดี: ผ่าตัดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้ตลอดชีวิต การผ่าตัดทำได้ง่ายใช้เวลาน้อย ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จึงทำให้เพิ่มความสุขทางเพศข้อเสีย: ต้องได้รับการผ่าตัดจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมา หากต้องการมีบุตรเพิ่มอีกต้องได้รับการผ่าตัดแก้หมันโดยผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือในการผ่าตัดเฉพาะเป็นการคุมกำเนิดโดยผ่าตัดผูกหลอดนำอสุจิที่บริเวณอัณฑะ ทำให้ไม่มีตัวอสุจิออกมากับน้ำเชื้อจึงไม่มีการปฏิสนธิของอสุจิกับไข่
ข้อควรพิจารณาในการเลือกวิธีการคุมกำเนิดมีอะไรบ้าง?
การเลือกวิธีคุมกำเนิดควรเป็นไปโดยความสมัครใจ โดยมีข้อควรพิจารณาคือ
- ความสะดวกในการใช้วิธีต่างๆดังกล่าว
- ความสะดวกในการเข้าถึงการคุมกำเนิด
- ระยะเวลาที่ต้องการคุมกำเนิด
- ความสามารถในการป้องกันการตั้งครรภ์ของวิธีคุมกำเนิด
- ความสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- โรคประจำตัวหรือข้อเสียในวิธีคุมกำเนิดแต่ละวิธี
ควรคุมกำเนิดเมื่อไหร่?
ผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์คือ เริ่มมีการพัฒนาร่างกายทางเพศ เริ่มมีประจำเดือน ซึ่งส่งผลให้สามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงควรเริ่มคุมกำเนิดตั้งแต่เมื่อคิดจะมีเพศ สัมพันธ์ตั้งแต่ครั้งแรกเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ
ใครบ้างที่สมควรคุมกำเนิด?
ผู้สมควรคุมกำเนิดคือ หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (วัยยังมีประจำเดือน) ซึ่งสามารถตั้งครรภ์ ได้แม้ว่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี ดังนั้นเมื่ออายุน้อยกว่า 50 ปียังมีประจำเดือนและยังมีเพศสัมพันธ์ ควรคุมกำเนิดไปจนถึงหลังหมดประจำเดือนถาวรแล้วประมาณ 2 ปี แต่ถ้าอายุมากกว่า 50 ปีควรคุมกำเนิดไปจนหลังหมดประจำเดือนถาวรแล้ว 1 ปี
เมื่อต้องการคุมกำเนิดควรทำอย่างไร?
เมื่อต้องการคุมกำเนิดควรมีการปรึกษาหารือบุคคลในครอบครัวในการวางแผนครอบครัวว่า ต้องการมีบุตรอีกหรือไม่ ต้องการคุมกำเนิดกี่ปี ต้องการเว้นระยะห่างของการมีบุตรกี่ปี จาก นั้นจึงปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลหรือบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ให้คำแนะนำในเรื่องนี้
ทั้งนี้ ควรเลือกวิธีที่สามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายสะดวก ต้องไม่มีข้อห้ามในการใช้วิธีคุม กำเนิดนั้นๆเช่น ห้ามใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองเช่น ถ้าต้องการมีประจำเดือนทุกเดือน ไม่ควรใช้ยาฉีดชนิดโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวหรือใช้ยาฝังคุมกำเนิด เพราะเมื่อฉีดไปเป็นเวลานานอาจไม่มีประจำเดือน
ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานหลายปีหรือมีโรคประจำตัวหรือต้องรับประทานยาต่างๆเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมและที่ปลอดภัย
บรรณานุกรม
1ๅ11. Birth control pills. The American College of Obstetricians and Gynecologists. www.acog.org/publications/faq/faq021.pdf [2015,Feb14]
2. Your guide to contraception. The Family Planning Association. http://www.fpa.org.uk/helpandadvice/contraception/guidetocontraceptionmethods[2015,Feb14]
4. Cunningham FG, et al. Williams Obstetrics. 22nd ed. New York, N.Y.: McGraw-Hill Companies, Inc.; 2005:1.
6. Overview of contraception. Mimi Zieman, MD. http://www.uptodate.com/contents/overview-of-contraception [2015,Feb14] 3. Marc A. Fritz and Leon Speroff. Family planning. Clinical Gynecologic Endocrinology And Infertility. 8th edition. Philadelphia, P.A.: Lippincott Williams & Wilkins.; 2011. 5. Stubblefield PG, et al. Family planning. In: Berek JS. Berek & Novak's Gynecology. Philadelphia, Pa.: Lippincott Williams & Wilkins; 2007:287.
2. Your guide to contraception. The Family Planning Association. http://www.fpa.org.uk/helpandadvice/contraception/guidetocontraceptionmethods[2015,Feb14]
4. Cunningham FG, et al. Williams Obstetrics. 22nd ed. New York, N.Y.: McGraw-Hill Companies, Inc.; 2005:1.
6. Overview of contraception. Mimi Zieman, MD. http://www.uptodate.com/contents/overview-of-contraception [2015,Feb14] 3. Marc A. Fritz and Leon Speroff. Family planning. Clinical Gynecologic Endocrinology And Infertility. 8th edition. Philadelphia, P.A.: Lippincott Williams & Wilkins.; 2011. 5. Stubblefield PG, et al. Family planning. In: Berek JS. Berek & Novak's Gynecology. Philadelphia, Pa.: Lippincott Williams & Wilkins; 2007:287.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น